ข้าพระพุทธเจ้าขอปกป้องพระองค์ท่านจนกว่าชีวิตจะหาไม่

ผมได้รับข่าวนี้มาเมื่อวานนี้ คิดอยู่นานว่าจะตรวจสอบความถูกต้องชัดเจนก่อน แล้วจึงจะนำขึ้นบล็อกดีไม๊? แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีข้อมูลยืนยัน

ก็เลยตัดสินใจว่าเราเตรียมพร้อมไว้ก่อน ดีกว่าเสียใจภายหลัง หากไม่เกิดจะดีที่สุด หากเกิด พวกเราก็พร้อมจะออกไปปกป้องพระองค์ท่าน จึงตัดสินใจนำมาเผยแพร่ และขอให้ทุกท่านช่วยส่งต่อกันไปให้มากที่สุด โดยเฉพาะท่านที่อยู่ใกล้ๆร.พ. ศิริราช

ด่วนที่สุด

 


ได้รับแจ้งข่าวจากผู้ใหญ่ที่พวกเรานับถือว่า บิ๊กจิ๋วจะนำมวลชนไปที่ รพ.ศิริราช โดยยังไม่ทราบวันเวลาที่แน่นอน ขอแจ้งให้พวกเราที่จงรักภักดีพร้อมที่จะปกป้องสถาบันอันสูงสุด คอยฟังข่าว!
ทันทีที่ทราบข่าวภายใน 1 ชม. ให้ออกมาพร้อมกันที่เชิงสะพานพระปิ่นเกล้า ด้านฝั่งธนบุรี อย่าลืมบอกข่าวนี้ต่อๆ กันให้พวกเราทราบให้มากที่สุด

ขอให้ท่านที่ได้รับข้อมูลและอยู่ใกล้โรงพยาบาลศิริราช เตรียมตัวให้พร้อมและส่งข้อมูลมายังบล็อกนี้ว่าจะติดต่อท่านในกรณีเร่งด่วนได้อย่างไร?

 

28 เมย. 53

ผมได้รับข้อมูลเพิ่มเติมมาจากอีกท่านหนึ่งที่เชื่อถือได้ ที่กรุณาส่งแผนการละเอียดของมันมาให้ ท่านอ่านแล้วท่านจะทราบทันทีว่าเมื่อใดที่ท่านควรจะเดินทางไปรอที่สพานพระปิ่นเกล้า โดยไม่ต้องฟังสัญญาณแจ้งข่าว

เปิดโปงแผน“ทักษิณ”! สั่งหน่วยติดอาวุธ ‘เผา-ทำลาย’-เดินทัพมุ่งศิริราช
“เกมรบ” ทหาร-เสื้อแดง ได้มาถึงจุดขมวดเกมใกล้จบ! เปิดแผน 5 ขั้น เกม“ทักษิณ” ปลดล็อคตัวเองแลกยุติม็อบแดง ขณะที่แกนนำเสื้อแดงยั่วทหารล้อมปราบ หวังนองเลือด ใช้ศพแดงแห่มุ่งไปรพ.ศิริราช เพื่อวอนขอในหลวงให้ยุติความขัดแย้งทางการเมืองหลัง “บิ๊กจิ๋ว”เปิดทางไว้แล้ว แหล่งข่าวความมั่นคงซัดเสื้อแดงเหิมเกริมหนัก กระทำการมิบังควร เชื่อเป็นกระบวนการหนึ่งในขบวนการล้มเจ้า ขณะที่ทหารเตรียมเอาจริง “จับตาย” ไอ้โม่งชุดดำ!
ท่าทีที่เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือของฝ่ายทหารในการควบคุมดูแลกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดง จากฝ่ายที่คอยคุ้มกันดูแล มาเป็นฝ่ายพร้อมใช้มาตรการรุนแรงทันทีโดยให้ทหารติดอาวุธพร้อมยิง หากมีการยึดรถถัง อาวุธ และมีการเคลื่อนขบวนไปปิดถนนสายเศรษฐกิจอย่างถนนสีลมในเวลานี้นั้น กล่าวได้ว่าไม่ได้ผิดจากความคาดหมายของกลุ่มคนเสื้อแดงเลย ขณะเดียวกันกลุ่มแกนนำคนเสื้อแดงยังหวังว่าการล้อมปราบของทหารจะยิ่งทำให้การต่อสู้ของกลุ่มคนเสื้อแดงได้ชัยชนะมาในที่สุด ฉะนั้นในเวลานี้ทันทีที่ถูกทหารล้อมปราบ กลุ่มแกนนำคนเสื้อแดงก็พร้อมเดินหน้าแผนปฏิบัติการ 5 ขั้นทันที!

เตรียมกองกำลัง

ลับแดงพร้อมรบ

แหล่งข่าวด้านความมั่นคง เปิดเผยว่า นโยบาย 3 ประสาน หรือแก้ว 3 ประการของกลุ่มคนเสื้อแดง คือ พรรค มวลชน และกองกำลังติดอาวุธ มีความชัดเจนมาก จนขณะนี้ และพ.ต.ท.ทักษิณ ได้เตรียมพร้อมที่จะเดินหน้าเกมการต่อสู้เข้าสู่ความรุนแรงเต็มที่ทั้งบนดินและใต้ดิน โดยอาศัยมือของกองกำลังลับติดอาวุธเป็นคนสร้างสถานการณ์ปั่นป่วน วุ่นวาย

โดยกองกำลังลับติดอาวุธ หรือกลุ่มคนชุดดำที่มาช่วยกลุ่มม็อบเสื้อแดงนั้น เป็นกลุ่มอดีตทหารพราน 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มชุมชนร่มเกล้า กรุงเทพมหานคร กลุ่มชมรมทหารพรานเก่าที่วังน้ำเขียว และกลุ่มชมรมทหารพรานเก่าค่ายปักธงชัย โดยมีการฝึกใช้อาวุธสงครามเป็นหลัก โดยการฝึกจะอยู่ในอาณาเขต 3 เขตสำคัญคือ ปักธงชัย -สี่คิ้ว -ปากช่อง ซึ่งมีจุดฝึกสำคัญที่สุดอยู่ที่ ชุมชนโคราชพัฒนา 2 โดย ส.ส.พรรคเพื่อไทยในพื้นที่เป็นคนส่งท่อน้ำเลี้ยงให้

ปัจจุบันมีการฝึกกองกำลังลับมาแล้ว 2 รุ่น รุ่นละ 300 คน ซึ่งได้กระจายกำลังออกตามหน้าที่เป็น 3 กลุ่มคือ 1.เป็นกำลังรอเรียกใช้อยู่ในค่ายทหารปราจีนบุรี 2. แฝงตัวอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแดง และ 3.กลุ่มก่อความไม่สงบในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล เพื่อวางระเบิดป่วนเมือง นอกจากนี้ยังมีรายงานข่าวทางลับมาว่า ขณะนี้กำลังมีการฝึกกองกำลังลับรุ่นที่ 3 ไม่ทราบจำนวนที่ชัดเจนด้วย

“ความน่ากลัวคือ คนจำนวน 300 คน ถือว่ามากพอๆกับ ทหาร 2 กองร้อย เพราะกองร้อยหนึ่งประกอบด้วยกำลังพลกองร้อยละ 150 คน ตอนนี้เขาฝึกกองกำลังติดอาวุธออกมามากกว่าแค่เห็นในเหตุการณ์ความวุ่นวายในวันที่ 10เมษายนอย่างมาก และคนพวกนี้พร้อมแล้วที่จะปฏิบัติการในแผนจรยุทธ์ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด คือถ้ากรุงเทพฯมีปัญหาก็พร้อมเดินแผนจรยุทธ์ในต่างจังหวัดทันที”

นอกจากนี้ แหล่งข่าวใกล้ชิดพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล เปิดเผยว่า ถ้าพิจารณาให้ดีขณะนี้กลุ่มคนเสื้อแดงไม่ได้สู้กับรัฐบาลโดยตรง แต่เป็นการสู้กับทหาร ซึ่งการสู้กับทหารก็จำเป็นต้องใช้หลักวิธีคิดของทหารเข้ามาสู้ ซึ่งขณะนี้ก็ใกล้ถึงจุดจบแล้ว เพราะฝ่ายเสื้อแดงได้ดำเนินการตามทฤษฎี 3 ขั้นตอนคือ

ขั้นตอนที่ 1 ต้องมี แก้ว 3 ประการ ประกอบด้วย พรรคคือ พ.ต.ท.ทักษิณ,มวลชน คือ กลุ่มคนเสื้อแดง และกองกำลังติดอาวุธคืออดีตทหารพราน

ขั้นตอนที่ 2ต้องมีอำนาจการรบแบบมีตัวตน และไม่มีตัวตน อำนาจการรบแบบมีตัวตนคือ มีอาวุธสงครามพร้อมมือ อำนาจการรบแบบไม่มีตัวตนคือ ขวัญและกำลังใจ ซึ่งกลุ่มคนเสื้อแดงมีพระสงฆ์ และทีมงานฮาร์ดคอร์ เช่น เสธ.แดงที่ไปปรากฎตัวในม็อบ ได้สร้างความมั่นใจและความฮึกเหิมให้กลุ่มคนเสื้อแดงอย่างมาก และ

ขั้นตอนที่ 3 คือ talk and war คือเจรจา พร้อมกับทำสงครามไปพร้อมๆกัน

โดยทั้ง 3 ขั้นตอนถือว่าทางกลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงได้ปฏิบัติการตามทฤษฎีมาเสร็จสิ้นแล้ว ต่อจากนี้ไปคือต้องคิดว่าทำอย่างไรจึงจะชนะทหารได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ซึ่งจะกระทำโดยไปรบกันตรงๆ คงทำไม่ได้ จะต้องรบกันในทางใต้ดินเท่านั้น

ยึด“สีลม-เยาวราช”

แยกกองกำลังทหาร

โดยปฏิบัติการนี้จะใช้กลุ่มนปช.เป็นคนเดินเกมหลัก ในระดับมวลชน แกนนำคนเสื้อแดงจะต้องควบคุมไม่ให้มวลชนมีการก่อความไม่สงบโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นการเอาปืนมายิงทหาร หรือ เผาสถานที่สำคัญๆ รวมถึงการเผารถไฟฟ้าใต้ดินให้ได้ เพราะหากมวลชนคนเสื้อแดงเป็นผู้ใช้ความรุนแรง สังคมก็จะไม่ยอมรับการกระทำดังกล่าวทันที ส่งผลให้การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงต้องแพ้อย่างไม่เป็นรูป เหมือนเมื่อเมษายนปี 2552

จากนั้น แกนนำคนเสื้อแดงจะเริ่มใช้ ยุทธวิธีแยกกองกำลังทหาร กล่าวคือ การประกาศว่าจะไปยึดถนนสายสำคัญๆทางเศรษฐกิจของไทย เช่น สีลมนั้น ตามความเป็นจริงแล้ว หากมีการยึดถนนสีลมได้ ก็จะเป็นแรงกดดันต่อรัฐบาลที่ดี แต่ถ้ายึดไม่ได้ สิ่งที่กลุ่มคนเสื้อแดงจะได้ประโยชน์คือ จะเป็นการแยกกองกำลังทหารไปตามจุดต่างๆ ได้มาก

“แผนแรกคือไปสีลม แต่เมื่อทหารไปยึดสีลมเสียเอง อริสมันต์ก็จะนำมวลชนไปจุดอื่น จุดสำคัญที่แกนนำคนเสื้อแดงมองไว้คือ เยาวราช เพราะเป็นย่านเศรษฐกิจสำคัญอีกแห่งหนึ่ง แต่หากทหารนำกองกำลังไปป้องกันที่เยาวราชอีก ทีนี้ก็จะเป็นผลดีกับกลุ่มคนเสื้อแดงที่จะไปราบ 11 หรือจุดอื่นๆ ที่ภาครัฐคาดไม่ถึงแทน”

ทหารไร้น้ำยา -ถอดใจอื้อ

อย่างไรก็ดี การกระทำดังกล่าวต้องอาศัยกำลังใจของมวลชนคนเสื้อแดงอย่างมาก ซึ่งถือว่าอยู่ในจุดได้เปรียบ และคนเสื้อแดงได้ประเมินแล้วว่าทหารกำลังมีความแตกแยกกันเอง และอ่อนแออย่างมากหลังเหตุการณ์การนองเลือดในเหตุการณ์ 10 เมษายนที่ผ่านมา

“ตอนนี้ทหารมีอย่างมากก็แค่ 3 หมื่นคนไม่ถึงแสนคน กองพันรบเต็มที่ก็มีประมาณ 200 คน จะรวบรวมทหารให้ได้ 3 หมื่นคนก็ต้องมีอย่างน้อย 100-200 กองพันถึงจะพอ ถ้าใช้ 20 กองพันก็มีคนแค่ 6,000 คนเท่านั้น ที่สำคัญตอนนี้พูดได้เลยว่าทหารถอดใจไปแล้วมากถึง 80%”

นอกจากนี้ในเหตุการณ์ที่ผ่านมา ถ้ามองเป็นการรบก็มีการรบแล้ว 4 ครั้ง ได้แก่ที่สวนลุมพินี,สถานีไทยคมลาดหลุมแก้ว,สะพานมัฆวานและล่าสุดที่หน้าโรงเรียนสตรีวิทยา-แยกคอกวัว ซึ่งทหารแพ้ทั้งหมด โดยเฉพาะเหตุการณ์วันที่ 10เมษายนก็เป็นความผิดพลาดตามบทเรียนในการรบของทหาร โดยเฉพาะ 2 ประเด็นใหญ่คือ มีการนำกองทัพทั้งกองทัพมาสลายการชุมนุม แต่ลักษณะพื้นที่ที่เป็นซอยแคบ ไม่เหมาะกับการใช้ทั้งกองทัพ และเรื่องเวลา ปกติตามหลักการจะต้องเข้าสลายการชุมนุมก่อนเช้ามืดซึ่งผู้ชุมนุมน้อย แต่กลับทำในช่วงที่มีผู้ชุมนุมมากเป็นต้น

ที่สำคัญ ทหารที่นำออกมาใช้ในการรบครั้งนี้ กองพันทหารม้าที่ 27 รักษาพระองค์ (ม.พัน 27รอ.) (ลาดหลุมแก้ว) กองพันทหารม้าที่1รักษาพระองค์ (ม.1รอ.) (สวนลุมพินี) กองพลทหารราบที่ 2.รักษาพระองค์ (พล.ร.2รอ.) (ตรอกข้าวสาร-โรงเรียนสตรีวิทย์) ซึ่งได้รับบาดเจ็บไปหลายคน และจากการที่รัฐบาลไม่ให้ใช้อาวุธในการป้องกันตัวในวันที่ 10 เมษายน ก็ทำให้ทหารเสียขวัญและกำลังใจ ซึ่งเป็นจุดที่จะทำให้เพลี่ยงพล้ำได้ง่าย เพียงแต่กังวลว่าขณะนี้มีการใช้ทหารราบมาซ่อนอยู่เพื่อปราบปรามหรือไม่

เล่นเกมดึง “ฟ้า” ต่ำ

เทียบพฤษภาทมิฬ

นอกจากนี้ สิ่งที่อยากให้สังเกตคือ ระยะหลัง แกนนำคนเสื้อแดงมิได้พุ่งเป้าไปที่ตัว พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีแล้ว แต่กลับพุ่งเป้าโจมตีไปยัง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี,สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก

“แกนนำต้องการทำให้เห็นว่าพล.อ.เปรมลอยตัวหนีปัญหามากเพียงไร เมื่อมีปัญหาพล.อ.เปรมกลับหนีปัญหาไป ก็ไม่มีใครด่าพล.อ.เปรมอีกแล้ว แต่จะให้มวลชนไปวิงวอนขอให้สถาบันช่วยเหลือแทน อย่างน้อย ถ้าไม่มีคำตอบออกมา คนก็จะมีการเปรียบเทียบกับเหตุการณ์พฤษภาทมิฬทั้งคนเสื้อแดงเอง และคนกลางๆในสังคม”

เช่นเดียวกับ แหล่งข่าวด้านความมั่นคง ที่เปิดเผยว่า การข่าวทางลับของรัฐบาล ขณะนี้กลุ่มแกนนำคนเสื้อแดง เดินเกมดึงฟ้าต่ำอย่างเหิมเกริมมาก และจะมีการทำทุกอย่างให้เกิดการล้อมปราบโดยทหาร เนื่องจากว่า หากมีการล้อมปราบก็จะใช้กองกำลังลับของม็อบเสื้อแดงเข้าสร้างความวุ่นวายอย่างวันที่ 10เมษายนอีก จากนั้นถ้ามีคนเสื้อแดงเสียชีวิต โดยเฉพาะถ้าเป็นการเสียชีวิตของแกนนำ 3 เกลอ จะมีการแห่ศพไปวิงวอนขอให้สถาบันเข้ามาช่วยยุติความรุนแรงทันที

“คราวที่แล้วแห่ศพไปรอบเมือง แต่ตอนนี้ไม่ใช่ เขาต้องการให้คนเสื้อแดงตาย หรือแกนนำ 3 เกลอตายยิ่งดี เพราะถ้ามีคนตาย จะแห่ไปศิริราชทันที นี่คือแผนที่วางไว้ และมีเป้าหมายใหญ่คือเป็นส่วนหนึ่งของแผนการล้มสถาบัน”

ขณะนี้ประชาชนที่ไปร่วมชุมนุมกับกลุ่มคนเสื้อแดง ต้องเข้าใจแล้วว่าแผนการคือ ทางแกนนำเสื้อแดงต้องการให้มีคนตาย สังเกตเองก็ได้ว่าทำไม พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย จึงจัดแถลงข่าวว่าจะไปขอให้สถาบันช่วยยุติปัญหาความขัดแย้งในบ้านเมือง เป็นเพราะพล.อ.ชวลิตรู้อยู่แล้วใช่หรือไม่ ว่าจะต้องมีมวลชนคนเสื้อแดงตายจำนวนมาก จึงประกาศเปิดทางไว้ก่อน

“แผนการนี้ชั่วร้ายมาก บิ๊กจิ๋วพูดเพราะอะไร คนอย่างบิ๊กจิ๋วไม่ได้ทำอะไรซื่อๆ แต่มีอะไรในใจไว้แล้ว การก้าวล่วงมากถึงขนาดนี้เป็นเพราะอะไร เป็นการวางแผนไว้อย่างดีอยู่แล้วใช่หรือไม่ จึงเปิดทางขึ้นมา ทั้งๆ ที่ไม่เคยทำหนังสือขอเข้าเฝ้าฯมาก่อนด้วยซ้ำ แต่ถึงทำก็เป็นการมิบังควร”

แล้วคำถามคือว่า ถ้ากลุ่มคนเสื้อแดงฟังแล้วหยุดการกระทำต่างๆ ก็เรื่องหนึ่ง แต่ ณ วันนี้กลุ่มคนเสื้อแดงไม่ได้พร้อมที่จะฟังอะไร เมื่อเป็นเช่นนี้ก็เป็นเพียงกัดกร่อนให้สถาบันเปราะบางลงไปเรื่อยๆ เท่านั้น

“ประชาชนต้องรู้เกมนี้ ตามให้ทัน กลุ่มคนเสื้อแดงเองก็อย่าไปร่วมเพราะเขาต้องการให้มวลชนตาย อย่าตกเป็นเครื่องมือของเขา ส่วนคนอื่นก็ต้องรู้ว่ามันเป็นเรื่องที่ยอมไม่ได้อีกแล้ว ต้องออกมาช่วยกันปกป้องสถาบัน”

สถาปนารัฐไทยใหม่

เป็นเรื่องจริง

ขณะที่ พล.อ.กิตติ รัตนฉายา อดีตแม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า ขณะนี้ชัดเจนแล้วว่าปัญหาไม่ใช่เพียงแค่เรื่องการเมือง แต่คือปัญหาการก่อการร้ายที่กระทบต่อความมั่นคง ซึ่งรัฐบาลต้องเด็ดขาด หรือพล.อ.อนุพงษ์ ที่มีหน้าที่โดยตรงต้องเข้ามาแก้ปัญหา ซึ่งหากมีปัญหานายกฯก็ต้องหาผู้ที่เหมาะสมมาแก้ไขแทน

นอกจากนี้ อดีตแม่ทัพภาคที่ 4 ยังมองว่า รูปแบบปัญหาได้ขยายวงกว้างกว่าเดิมหลายเท่า และรูปแบบในปัจจุบันนี้ได้ตรงกับข้อเท็จจริงในช่วงแรกของการชุมนุมตามที่คนเสื้อแดงได้ประกาศ สถาปนารัฐไทยใหม่ โดยมีพล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีตรองผอ.กอ.รมน. พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก และมีพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นผู้บัญชาการกองทัพแดง ซึ่งพร้อมในแง่กองทัพ และพรรคเพื่อไทย และมวลชนคนเสื้อแดงที่ครบถ้วนตามหลักตามหลักของแก้ว 3 ประการซึ่งส่งผลกระทบด้านความมั่นคงอย่างสูงเกินว่าที่จะประมาทได้

ดังนั้น ทางออกของภาครัฐ ในการดำเนินการเพื่อป้องปรามจำเป็นต้องใช้มาตรการที่เด็ดขาด เนื่องจากรูปแบบของกลุ่มผู้ก่อการร้ายค่อนข้างเป็นมืออาชีพ โดยเฉพาะการฝึกกองกำลังลับขึ้น หรือ การว่าจ้างทหารอาชีพ ในการก่อเหตุความรุนแรงดังที่ปรากฎในวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา เนื่องจากความไม่พอใจต่อกองทัพของทหารระดับล่างบางส่วนหรือผลประโยชน์ที่ถูกซื้อตัวนั่นเอง และเมื่อการปรับโครงการดังกล่าวยังไม่สามารถที่จะยุติปัญหาที่เป็นอยู่ลงได้ ก็อาจจะมีทางออกเหลือไม่มากนัก ในการนำพาประเทศออกจากวิกฤตประเทศตามที่เป็นอยู่ ซึ่งมีความเป็นไปได้ใน 2 แนวทาง ดังนี้

1.การถวายคืนพระราชอำนาจแก่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ฉบับ 50 มาตรา 7 ซึ่งบัญญัติว่า ในเมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับแก่กรณีใด ให้วินิจฉัยกรณีนั้นตามประเพณีการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งสามารถทำได้โดยรัฐบาลยื่นถวายคืนพระราชอำนาจเพื่อทำการปฏิรูปประเทศในรูปแบบ “ราชประชาสมาสัย” และจัดตั้ง “รัฐบาลแห่งชาติ”ขึ้นเพื่อยุติปัญหาความรุนแรง โดยให้สถาบันพระมหากษัตริย์นำประชาชนและกองทัพทำหน้าที่ควบคุมและดูแลความสงบในการจัดระเบียบประเทศใหม่อีกครั้งก่อนที่จะเกิดความแตกแยกหรือลุกลามถึงขั้นสงครามกลางเมือง ซึ่งวิธีการนี้ อภิสิทธิ์เคยยื่นให้รัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ถวายคืนพระราชอำนาจเพื่อแต่งตั้งนายกคนใหม่ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ(40) มาตรา 7 นั่นเอง

ขณะที่อีกแนวทางที่มีความเป็นไปได้ก็คือ 2.การทำรัฐประหาร เพื่อยุติปัญหาภายในประเทศครั้งสำคัญ ซึ่งเป็นวิธีการทีค่อนข้างอันตรายและสุ่มเสี่ยงอย่างมาก แต่ก็ควรเป็นแนวทางที่เป็นทางเลือกสุดท้าย

ปลดล็อค“แม้ว”

แลกเปลี่ยนยุติม็อบแดง

ด้าน รศ.วรรณธรรม กาญจนสุวรรณ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมมาธิราช กล่าวว่า เหตุการณืนองเลือดทั้งในอดีตและที่อาจจะเกิดขึ้นอีกในอนาคต แกนนำคนเสื้อแดงจะผลักภาระไปให้รัฐบาลฝ่ายเดียวไม่ได้ แต่แกนนำคนเสื้อแดงเองก็ต้องรับผิดชอบด้วยเช่นกัน ในเมื่อได้ประกาศจะชุมนุมด้วยแนวทางสันติวิธี ดังนั้นจึงจำเป็นต้องแสดงความบริสุทธิ์ด้วยการคัดกรองผู้ชุมนุม หรือ แยกตัวผู้ก่อการร้ายออกจากผู้ชุมนุมให้เหลือเพียงมวลชนซึ่งเป็นผู้บริสุทธิ์เท่านั้น

โดยขณะนี้มองว่าสถานการณ์ทางการเมืองมีแนวโน้มก็จะส่อไปในทางการใช้ความรุนแรงอย่างแน่นอน อีกทั้งมองว่ามีสิทธิที่จะเกิดสูญญากาศทางการเมืองสูงมากในเวลานี้ ได้แก่การทำรัฐประหาร ซึ่งเดินไปตามเกมที่ พ.ต.ท.ทักษิณวางไว้เพื่อปูทางเข้าสู่การเจรจาลับเพื่อต่อรองปลดล๊อกเงื่อนไขต่างๆทั้งการนิรโทษกรรมหรือการต่อรองผลประโยชน์ต่อผู้จะมีโอกาสเป็นรัฐาธิปัตย์ในขณะนั้นเพื่อแลกกับเงื่อนไขการยุติการชุมนุมของคนเสื้อแดง

“การทำประชามติ ควรรีบนำมาใช้ เพื่อที่จะได้มติของประชาชนต่อเรื่องการยุบสภาอย่างแท้จริงเพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาหลายฝ่ายมักอ้างถึงการมีมวลชนสนับสนุน รวมถึงเป็นแนวทางที่ปลอดภัยต่อความรุนแรงที่สุด”

ดังนั้น ทางออกที่ยังพอมีความหวัง ก็คือ การทำประชามติ เนื่องจากขณะนี้หากพิจารณาเหตุผลของ 2คู่ขัดแย้งหลักอันได้แก่รัฐบาลและคนเสื้อแดง ก็คือ การอ้างมวลชนซึ่งคนเสื้อแดงอ้างตัวเลขมวลชน 14ล้านคน ขณะที่รัฐบาลก็มีที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งต่างฝ่ายต่างก็ยึดประชาชนเป็นแนวร่วมด้วยกันทั้งสิ้น

ดังนั้น การยกเงื่อนไข “ยุบสภา” ขึ้นมาอีกครั้งพร้อมเสนอการทำประชามติลงความเห็นโดยประชาชนก็จะเป็นตัวเลือกที่ดีต่อทุกฝ่ายเนื่องรวมถึงเงื่อนเวลาประมาณ90 วัน ในช่วงการทำประชามตินั้น แต่ละฝ่ายก็สามารถจัดเวทีให้ความรู้และชี้ถึงข้อดี-เสียของการยุบสภาได้ซึ่งถือว่าคุ้มค่ามากหากสามารถลดเงื่อนไขที่นำไปสู่ความรุนแรงได้หรือร้ายที่สุดก็คือ การทำรัฐประหารนั่นเอง

ใช้โมเดลก็อดอามี

จัดการม็อบแดง

อย่างไรก็ดีไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในช่วงเวลาถัดจากนี้ไป ประชาชนจำเป็นจะต้องมีการตื่นตัวให้มากขึ้น และเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้

ในส่วนของทหารเองนั้น ขณะนี้ก็ได้มีการปรับแผนการต่อสู้ให้เข้มข้นมากขึ้นด้วย

“การขยายพื้นที่การชุมนุม การทำร้ายเจ้าหน้าที่ หรือการยึดอาวุธยุทโปกรณ์ของทหารจะเกิดขึ้นไม่ได้อีกแล้ว แต่รูปแบบการป้องปรามและรับมือยังคงในรูปแบบเบาไปหาหนัก แต่กรณีที่จำเป็นก็อาจต้องใช้สิทธิในการปกป้องรักษาชีวิตของตนเองเช่นกัน ”

พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอ.ฉ.) กล่าว พร้อมอธิบายถึงมาตรการทางทหารในการรับมือการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงเพื่อมิให้มีการขยายพื้นที่การชุมนุมไปยังบริเวณอื่นนอกจากย่านราชประสงค์ ซึ่งรูปแบบจะยังคงเป็นการตรึงกำลังทหารเพื่อตั้งด่านสกัดในพื้นที่สำคัญ

รวมถึง การส่งทหารเข้าดูและและควบคุมสถานการณ์บริเวณอาคารสูงเพื่อป้องปราบและยับยั้งกลุ่มผู้ก่อการร้ายที่อาจแฝงตัวเข้ามาในกลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงในลักษณะการก่อเหตุซุ่มยิง หรือใช้อาวุธสงครามดังเช่นเหตุการณ์วันที่ 10 บริเวณแยกคอกวัว ถนนราชดำเนินที่ทหารถูกอาวุธเอ็ม 79 ยิงเข้ามาซึ่งการมีหน่วยเฝ้าระวังบนตึก ก็พร้อมที่จะหยุดผู้ก่อการร้ายได้ในทันทีที่พบความสุ่มเสี่ยง

ทั้งนี้ แนวทางการขอพื้นที่คืนยังคงเฝ้ารอโอกาสที่เหมาะสมโดยเฉพาะตัวเลขผู้ชุมนุมที่มีการประเมินว่า สูงสุดอยู่ที่ 20,000 คนในช่วงแรกและในปัจจุบันที่เหลืออยู่ที่ 5,000 คน ซึ่งขณะที่เบื้องต้นยังคงเน้นการป้องกันมิให้เกิดเหตุร้ายและขยายพื้นที่การชุมนุมไปยังบริเวณอื่นและวางมาตรการขั้นเด็ดขาดไว้จัดการกับผู้ที่ใช้ความรุนแรงแล้ว

ใบสั่งทหาร“จับตาย”

ไอ้โม่งชุดดำ

อนึ่ง แหล่งข่าววงในทหารกล่าวว่า วอร์รูมของทหารได้เดินหน้าอย่างเข้มข้นในทางลับมาตลอด และนับจากวันนี้ไปทหารจะใช้วิธีแยกน้ำเสียออกจากน้ำดี เพราะมวลชนคนเสื้อแดงเป็นประชาชนผู้บริสุทธิ์ แต่กองกำลังติดอาวุธกลับเป็นหนึ่งในขบวนการก่อการร้าย ฉะนั้นเวลานี้มีคำสั่งมาแล้วว่าให้ “จับตาย” กองกำลังลับติดอาวุธให้ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะต้องใช้แผนการที่เสี่ยงมากเท่าไร โดยยึดกรณีก็อดอามี่ยึดโรงพยาบาลราชบุรีเป็นโมเดล

ทั้งนี้ ยอมรับว่าการปราบปรามการก่อการร้ายที่แฝงอยู่ในมวลชนคนเสื้อแดงเวลานี้ทำได้ยากกว่าการปราบปรามกลุ่มก็อดอามี่อย่างมาก เพราะก็อดอามีเป็นชาวต่างชาติ ที่กระทำการก่อการร้ายโดยตรงไม่ได้มีการตีความ การเข้าชาร์ทเพื่อปราบของทหารเวลานั้นจึงเป็นความชอบธรรม แต่เวลานี้มีผู้บริสุทธิ์รวมอยู่ในม็อบคนเสื้อแดงด้วย จึงต้องปฏิบัติการอย่างแม่นยำที่สุด

 

6 ความเห็น

  1. ..รับทราบ และช่วยกระจายข้อมูลไปแล้วครับ .. ขอบคุณครับ …

  2. จะเป็นอีกแรงช่วยส่งต่อให้นะคะ
    ข้าพระพุทธเจ้าจะขอปกป้องพระองค์ท่านด้วยชีวิตของข้าพระพุทธเจ้าเช่นกัน

  3. การเรียกร้องประชาธิปไตยถ้าไม่สร้างความเดือดร้อนก็ไม่เป็นไร
    แต่การเรียกร้องแล้วไปสร้างความเดือดร้อนให้คนในชาติและมีการกระทำที่โหดร้าย
    มีการสะสมอาวุธ ทางเจ้าหน้าที่ต้องเข้าสลายแม้จะมีการสูญเสียก็ต้องยอมอย่าไปคิดว่าจะโดน
    โจมตีต่างๆ ต้องคิดให้ได้ว่าแม้แต่การเข้าจับกุมขบวนการค้ายาบ้าบางครั้งก็เกิดการสูญเสียแต่นี้
    หากปล่อยไว้นานจะทำให้บ้านเมืองเสียหาย – ประชาชนเดือดร้อน – และสำคัญที่สุดคือความมั่นคง
    ของสถาบันอันเป็นที่รักของเราชาวไทย…ยอมไม่ได้…ขอสนับสนุนการใช้กำลังเข้าสลาย

  4. เหนื่อยใจจริงๆคะ เมื่อไหร่เมืองไทยจะสงบๆๆ*-

  5. จงสู้เพื่อกษัตริย์ของเราปกป้องพระบรมเดชานุภาพไว้อย่าให้มันมาทำร้าย

  6. ชาติของเราเป็นไทยมาได้จนถึงทุกวันนี้
    ก็เพราะบรรพบุรุษของเราเอาเลือดเอาเนี้อ
    เอาชีวิตและความลำบากยากเข็นเข้าแลกไว้
    วีรชนชาวบ้านบางระจันต่างสละเสียสละอันยิ่งใหญ่
    รักชาติรักความเป็นไทยจงตั้งใจสร้างความสามัคคี


Comments RSS TrackBack Identifier URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s