นิสัยคนไทย-ภัยไม่มาถึงตัวไม่ลุกขึ้นสู้

เหตุการณ์ความวุ่นวายต่างๆที่เกิดขึ้นในเมืองไทยมาเป็นระยะๆตั้งแต่ 14 ตุลา 2516 และมาเป็น พฤษภาทมิฬ 2545  ถัดมาเป็นเสื้อเหลืองเมื่อ 2 ปีที่แล้ว จนกระทั่งเสื้อแดงในวันนี้ มีคนเก่าๆบอกว่า นี่คือเรื่องอาถรรพ์ของเมืองไทย คือทุกๆ 200 กว่าปีของเมืองไทย ต้องมีเหตุวุ่นวายในประเทศทุกที ผู้ใหญ่ท่านนั้นเล่าต่อไปอีกว่า ตอนเสียกรุงครั้งแรก เมื่อประมาณ 400 กว่าปีมาแล้ว หรือตอนนั้นก็ตั้งกรุงศรีฯมาได้ 200กว่าปี ก็มีเหตุการณ์วุ่นวายต่างๆจนกระทั่งนำไปสู่การเสียกรุงครั้งแรก

หลังจากที่องค์พระนเรศวรทรงกอบกู้เอกราชมาจากพม่าแล้ว อีก 200 กว่าปีเราก็เสียกรุงครั้งที่สอง ก่อนเสียกรุงก็มีเหตุการณ์วุ่นวายต่างๆของคนในชาติ เช่นเดียวกันอีก

พระเจ้าตากสินต้องใช้เวลารวมก๊ก รวมเหล่าทุกพวกและกอบกู้เอกราชมาจากพม่าได้ มาถึงปัจจุบันก็เป็นเวลา ประมาณสองร้อยกว่าปีเช่นเดียวกัน และประเทศชาติ และคนในชาติก็กำลังทะเลาะเบาะแว้ง วุ่นวายอีกแล้ว

เมื่อลองวินิจฉัยดู ก็เป็นเรื่องที่น่าแปลกดีเหมือนกัน แต่การที่เกิดเหตุการณ์เพียงสองครั้งจะนำมาสรุปผลเป็นทฤษฎี ก็ยังไม่ได้ คงจะต้องตามดูกันต่อไป แต่ถ้าเกิดขึ้นเป็นครั้งที่สาม คือมีการเสียกรุงเป็นครั้งที่สาม ซึ่งก็คือเหตุการณ์ที่กำลังเกิดอยู่ ณ ขณะนี้ ถ้าเป็นจริงก็เป็นเรื่องที่น่าคิด

ผมพยายามศึกษาหาเหตุผลว่าทำไมกรุงศรีอยุธยาที่ตั้งอยู่ในชัยภูมิที่ดีที่สุด ทำไมจึงเสียกรุงแก่พม่าได้ถึงสองครั้ง

ประวัติศาสตร์บันทึกไว้ว่า ครั้งแรกเกิดจากที่เมืองไทยอยู่กันอย่างสุขสบายมายาวนาน ข้าวปลาอาหาร อุดมสมบูรณ์ ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว ยามพม่ายกทัพมาเราก็รีบอพยพคนเข้ามาอยู่ในกรุง ขึ้นรักษาเชิงเทินไว้ ป้องกันไม่ให้พม่าบุกเข้าเมืองได้ พอครั้นเข้าหน้าฝน พม่าก็ต้องยกทัพกลับ เป็นเช่นนี้มาปีแล้วปีเล่า คนไทยสุขสบายจนแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกัน ไม่เคยคิดจะทะนุบำรุงการทหาร คนไทยแตกความสามัคคีแบ่งเป็นก๊กเป็นเหล่า

จนในที่สุด แม่ทัพพม่าที่ชื่อบุเรงนองก็บุกยึดกรุงศรีได้โดยง่าย

พระนเรศวรถูกจับไปเป็นตัวประกันอยู่ที่พม่าเป็นสิบปี ในระหว่างนี้พระองค์ได้เรียนรู้การศึกสงครามจากบุเรองนองมากมาย

เมื่อพระนเรศวรทรงประกาศอิสสระภาพแล้ว พม่ายกทัพมาตีกรุงศรีอยุธยาหลายครั้ง ก่อนที่จะมีการทำศึกยุทธหัตถีครั้งสำคัญดังที่ทราบกันอยู่แล้ว

พม่ายกทัพมาตีทีไร พระนเรศวรก็ตีแตกพ่ายไปทุกครั้ง ทั้งๆที่จำนวนไพร่พลมีน้อยกว่าพม่ามากมาย การที่พม่าต้องแตกพ่ายไปนั้น เพราะพระองค์ได้ทรงเกณฑ์คนไทยรุ่นใหม่ ที่หลงเหลือจากที่พม่าได้กวาดต้อนไปเป็นเชลย มาฝึกหัดการต่อสู้ คนหนุ่มพวกนี้พกความแค้นพม่าไว้มาก ก็พร้อมใจกันต่อสู้ ประกอบกับยุทธวิธีการสู้ศึกขององค์พระนเรศวร ที่จะยกกองทัพออกจากกรุงมาทำศึกโจมตีทหารพม่าตลอดเวลาด้วย กลศึกต่างๆทำให้พม่าต้องแตกถอยกลับไปทุกทีเห็นไม๊ครับ คนไทยเราพอภัยมาถึงตัวก็พร้อมใจกันสู้ศึกได้ หลังจากที่ทรงชนะพม่าในการทำยุทธหัตถีแล้ว ประเทศไทยก็ปลอดภัยสงครามอยู่กว่า 80 ปี

ครั้นพอเวลาผ่านไปนานเข้า คนไทยสุขสบายขึ้นก็กลับสู่อีหรอบเดิม พม่ายกทัพมาตีกรุงศรีอยุธยาอีก คนไทยก็อพยพเข้ากรุง แม้กระทั่งปืนใหญ่ก็ไม่ให้ยิง สุดท้ายกรุงก็แตก เหลือแต่ทรากเศษอิฐเศษปูนให้พวกเราดูอยู่ทุกวันนี้

พระเจ้าตากสินก็ต้องเกณฑ์คนหนุ่มที่อยู่ตามป่าตามเขามาฝึกทหารและมากู้ชาติจนสำเร็จ

คนไทยนั้นพอภัยมาถึงตัว พอยามศึกสงครามก็พร้อมใจกันต่อสู้ แต่เวลาสุขสบายนานๆเข้าก็ลืมตัวทุกที

ไม่ใช่แค่สมัยโบราณเท่านั้น สมัยสงครามโลกครั้งที่2 ญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกที่ประจวบ ยุวชนไทยจำนวนมาก ก็จับอาวุธขึ้นมาต่อสู่กับญี่ปุ่น ทั้งๆที่อาวุธและกำลังคนเปรียบเทียบกันไม่ได้ แต่คนไทยก็ฆ่าทหารญี่ปุ่นไปหลายพันคน ไม่ใช่แค่นั้น ตอนที่ไทยกับญี่ปุ่นทำสัญญาเป็นพันธมิตรกันนั้น มีคนไทยผู้รักชาติตั้งกลุ่มเสรีไทยขึ้น เพื่อต่อสู้กับญี่ปุ่นที่ยกทัพผ่านประเทศไทย ในครั้งนั้นเสรีไทยมีบทบาทมากในการต่อสู้กับกองทัพญี่ปุ่น

แต่ที่น่าเสียดายสำหรับนิสัยคนไทยที่จับอาวุธขึ้นมาต่อสู้นั้น เป็นการต่อสู้ที่ต้องผ่านการผ่ายแพ้เสียก่อน ทุกครั้ง

ต่อมาในสมัยที่ใกล้ตัวมากขึ้น ตอนยุคผกค. พยายามก่อความวุ่นวายเพื่อยึดครองประเทศไทยเป็นเวลาอันยาวนาน และมีทีท่าที่ประ้ทศไทยจะผ่ายแพ้ด้วยซ้ำไป เพราะประเทศเวียดนามก็ผ่ายแพ้ต่อคอมมิวนิสต์แล้ว ประเทศเขมรก็ผ่ายแพ้ต่อคอมมิวนิสต์แล้ว ประเทศลาวก็ผ่ายแพ้ต่อคอมมิวนิสต์แล้ว จนคนไทยบางคนเริ่มทะยอยอพยพออกนอกประเทศ  ฝรั่งจำนวนมากคาดหมายว่าประเทศไทยคงจะแพ้แน่นอน ตามทฤษฎี “โดมิโน่”

ตอนนั้นคนไทยเริ่มรู้สึกตัวแล้วว่าภัยมาถึงตัว และประชาชนทั่วประเทศออกมาพร้อมใจกันต่อสู้กับคอมมิวนิสต์ร่วมกับทหาร จนได้รับชัยชนะ

นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชาติไทย ที่เราพร้อมใจกันออกมาต่อสู้ก่อนที่จะแพ้

นี่คือข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่ผมนำมาวิเคราะห์ และในขณะเดียวกัน ผมลองวิเคราะห์ข้อมูลจากบล็อกของผมบ้างว่าจะมีความสอดคล้องกันหรือไม่?

ผมเฝ้าติดตามสิถิติการเข้ามาชมบล็อกนี้มาตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม ซึ่งเป็นวันที่ผมเปิดตัวครั้งแรก ในช่วงแรก1-7 มีค ก็มีผู้เข้าชมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจาการช่วยกับบอกต่อๆกันไป จนวันที่7 มีคมีผู้เข้าชมถึง เก้าร้อยกว่าครั้ง รวมทั้งมีผู่แสดงความคิดเห็นมาเป็นอย่างมาก

นี่คือรูปที่ไอ้คนทรยศต่อชาติมันให้ลิ่วล้อของมันนำมาแสดงด้วยผมนำมาแสดงให้ดูเพื่อให้เห็นความเลวของมัน

จากนั้นก็มีผู้มาชมมากบ้างน้อยบ้างไปเรื่อยๆ วันที่ 13 มีค มีผู้เข้ามาดู 700 ครั้ง และเพิ่มขึ้นสูงสุดในวันอาทิตย์ที่ 14 มีค ซึ่งเป็นวันที่เสื้อแดง ยกพลเข้ากรุงเทพมากที่สุด เป็น 2000 ครั้ง พอเช้าวันที่ 15  ซึ่งเป็นวันที่พวกเสื้อแดงเดินทางไปปิดล้อม ราบ 11 มีผู้เข้าชมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว พอหลังเที่ยง ไอ้พวกเสื้อแดงสั่งถอยทัพ ไม่บุก ราบ11 อย่างที่โม้ไว้ ผู้เข้าชมก็ลดลงทันที ยอดการเข้าชมในวันนั้น มีเพียง 720 ครั้งเท่านั้น

จากนั้นยอดการเข้าชมก็ลดลงตลอด กลับมาเพิ่มเป็น 320 ครั้งในวันที่20 ซึ่งเป็นวันที่ไอ้พวกเสื้อแดง เดินขบวนไปป่วนเมืองทั้งกรุงเทพ หลังจากวันนั้นแล้วผู้เข้าชมก็ลดลงไปจนอยู่ในเกณท์ปกติเมื่อเหตุการณ์ไม่มีอะไรรุนแรง

จากข้อมูลในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา และข้อมูลในปัจจุบัน พอมองเห็นค่อนข้างชัดเจนว่า คนไทยนั้น จะพร้อมลุกขึ้นมาต่อสู้เมื่อภัยมาถึงตัว

ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ผมขอร้องทุกท่านว่ารีบรุกขึ้นมาต่อสู้เถิด ภัยมาใกล้ตัวแล้ว ไม่ต้องรอจนผ่ายแพ้ก่อน เพราะถ้าเราแพ้เที่ยวนี้แล้ว มันไม่ง่ายเลยที่เราจะกลับพลิกฟื้นครั้งนี้

ขอร้องเถอะครับ ออกมาช่วยกันคว่ำบาตรทางธุรกิจของไอ้คนโกงชาติที่อยู่เบื้องหลัง การวุ่นวายครั้งนี้โดยด่วน วันที่27 มีค. นี้มันจะออกมาป่วนเมืองอีกแล้วครับ ไม่มาช่วยกันเที่ยวนี้ เราคงจะแพ้แน่

อย่าถามว่า รัฐบาลทำอะไรอยู่?

อย่าถามว่า ทหารทำอะไรอยู่?

แต่จงถามว่า   ท่านกำลังทำอะไรอยู่?

Advertisements

1 ความเห็น

  1. นิสัยคนไทย-ภัยไม่มาถึงตัวไม่ลุกขึ้นสู้

    อ่านแล้วชอบจัง …
    อะไรจะเกิด มันก็ต้องเกิดแล้วละ


Comments RSS TrackBack Identifier URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s