วันที่ประชาชนต้องเรียนรู้จากการ”ล้มมาร”

ผมขออนุญาตค้ดลอกเรื่องของคุณเปลวสีเงิน ที่แนวร่วมของผมส่งมาให้ นำมาเผยแพร่ต่อในบล็อกของผม ผมอ่านแล้วโดนใจมากๆ มันตอบคำถามที่ผมค้างค่าใจหลายคำถาม มันทำให้ผมเข้าใจผู้ที่อ้างว่าเป็นปัญญาชน เพรา้ะเรียนจบ ปริญญาตรี โท เอก แต่มีการกระทำที่ปัญญาออ่นกว่าเด็กชั้น ประถม ผมขอเชิญท่านอ่านข้อเขียนของคุณเปลวสีเงินได้เลยครับ

11 มีนาคม 2553 – 00:00
ทุกอย่างในโลกนี้ มนุษย์ต้องอยู่ด้วยการเรียนรู้ และสิ่งที่ได้จากการเรียนรู้ที่ดีนั้นต้องผ่าน “ขั้นตอนปฏิบัติ” ไปก่อนทั้งสิ้น ขณะนี้ก็เช่นกัน คนไทยกำลังเข้าสู่ขั้นตอนปฏิบัติจากการเรียนรู้…รู้ ผิด-ถูก, ชั่ว-ดี, จริง-ลวง จากทักษิณว่าเป็น “คนดีสร้างชาติ” หรือ “คนอุบาทว์ชาติชั่ว?”

ถ้าถามว่า แล้วมันจะไปจบอยู่ตรงไหน?

ตอบได้เลยว่า…เมื่อมันมาถึงจุดนี้แล้ว มันก็ต้องไปจบตรง “ความเจ็บปวดร่วมกัน” ของคนทุกคนในชาติ และความเจ็บปวดนั้น จะเป็นแส้โบยเพื่อคั้นจิตสำนึกคนไทยทุกคนออกมาเองว่า สิ่งที่ได้จากการปฏิบัตจนเป็น “บทเรียน” นี้

อย่างไหน…ใช่, อย่างไหน…ไม่ใช่ และอย่างไหน…ถูก, อย่างไหน…ผิด!?

และด้วยปัญญาอันได้มาจาก “สติ-คืนตัว” นั้น คนในสังคมไทยจะเลือกทางเดินสังคมชาติ “สู่อนาคตใหม่” เองว่า ทางไหน คือ “ทางที่คนไทยควรต้องไป”

ไป…โดยจมูกไม่ร้อยเชือก!

ครับ…เหล็กดี ต้องผ่านการตีและเตาหลอม ไม่มีอะไรเลวอย่างเดียว หรือดีอย่างเดียว เพราะดี-เลวอยู่ในสิ่งเดียวกัน แต่เราจะได้มันจากการ “รู้จักคัดแยก”

โดยนัยนี้ ผมจึงแอบปลื้มใจจนน้ำตาซึมอยู่คน เดียวเงียบๆ เพราะจับปฏิกิริยาคนไทย โดยเฉพาะ “คนในเมืองหลวง” จากช่วงนี้ได้ว่า นอกจากไม่ตื่นกลัว “คนบ้าหลงยุค” ชื่อทักษิณ ที่หลอกผู้คนให้มา “แดงทั้งแผ่นดิน” ในวันพรุ่งนี้ มะรืนนี้แล้ว

ปรากฏว่า หลายกลุ่ม หลายปฏิกิริยาชุมชน กลายเป็น “คนรู้ทันโจรปล้นชาติ” และต่างหมายเขม้นเค้นคันมือ เตรียมต้อนรับการมาทำบ้าคลั่งของคนเสื้อแดงกันเต็มภิกขา ทั้งชุมชนย่านถนนเพชรบุรี ย่านนางเลิ้ง ย่านดินแดง ย่านราชปรารภ ย่านนราธิวาสราชนครินทร์ เป็นอาทิ

โดยเที่ยวนี้ พวกเขาที่ไม่เอากับความรุนแรง จะไม่ยอมให้คำว่า “สุจริตชนคือคนที่ต้องรับกรรม” โดยเป็นผู้ “ถูกกระทำ” ตลอดกาล เกิดขึ้นเป็นคำรบสอง เช่นตอนเมษาปีที่แล้วอีกเด็ดขาด!

ทุกคนในชาติ คือส่วนหนึ่งในคำว่า “ประชาชน”

และคำว่า “ประชาชนต้องเรียนรู้” หากถามว่า “เรียนรู้อะไร?” คำตอบก็คือ

“ประชาชนต้องเรียนรู้ประชาชนด้วยกัน” นั่นแหละ!

เมื่อถึงจุดหนึ่ง รัฐและเจ้าหน้าที่รัฐ ตำแหน่งที่ต้องอยู่เพื่อทำหน้าที่ ดีที่สุดคือ “ตำแหน่งบริหาร-จัดการ” คือต้องคอยบริหาร-จัดการ ความต่าง ความขัดแย้ง ความรุนแรงที่มีต่อกัน อันอยู่ในความหมายว่า “ประชาชนเรียนรู้ประชาชน” ให้อยู่ในจุดสมดุล

สมดุลนั้นคืออะไร?

ก็คือ ควบคุมความขัดแย้ง และความรุนแรงจากอารมณ์ประชาชน ให้เป็นความขัดแย้งนำไปสู่เส้นทางสร้างสรรค์ พยายามอย่าปล่อยให้ความขัดแย้งนั้น นำไปสู่ความเป็นปฏิปักษ์ ที่จะหักหาญกันในขั้นอาวุธ

ครั้งนี้ ถ้าเราจะพูดโดยใช้คำว่า “ต่อสู้” ก็ต้องบอกว่า การต่อสู้กันของประชาชนปีนี้ มันต่างกับการต่อสู้กันของประชาชนเมื่อปีที่แล้ว หรือพูดให้ชัด-กระชับยิ่งขึ้น ก็ต้องพูดว่า ครั้งนี้ เป็นการต่อสู้กันระหว่าง…..

ประชาชนที่ “ใจเป็นธรรม” อาจไม่ปฏิเสธตัวทักษิณ แต่ยอมรับไม่ได้ในสิ่งที่ทักษิณทำกับชาติและบ้านเมือง

กับประชาชนส่วนหนึ่งที่ “ใจมืดดำ” ตกเป็นเหยื่อของการคว่ำชาติ ทั้งไม่ปฏิเสธตัวทักษิณ และทั้งยอมยกชาติและสังคมชาติให้ทักษิณปู้ยี่ปู้ยำได้ตามปรารถนาทุกสิ่ง!?

เมื่อปีที่แล้ว ประชาชนที่มี “ใจเป็นธรรม” อาจยังไม่ได้ตัดสินใจในตัวทักษิณไปทางใด-ทางหนึ่ง เพราะด้วยใจที่เป็นธรรมนั้น จึงอยู่ระหว่างแสวงหา “ข้อมูล” ประกอบการตัดสินใจ ฉะนั้น จึงเห็นได้ว่า

ครั้งนั้นสังคม…จึงเป็นสังคม “ประชาชนอุเบกขา” ถือว่า “ธุระไม่ใช่” ปล่อยให้ทักษิณยุยง-หลอกล่อคนเสื้อแดงก่อจลาจลปล้นบ้าน-เผาเมืองได้เมามัน

แต่ปีนี้ ๑๔ มีนาคม ๒๕๕๓ วัน-สองวันนี้แหละ จากที่องค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมืองเวียนกันอ่านคำตัดสินคดียึดทรัพย์ทักษิณ ๗๖,๐๐๐ ล้านเมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ให้ประชาชนฟังอย่างละเอียดทุกคำ-ทุกบรรทัดคำตัดสิน ใครฟังแล้วต่างสิ้นสงสัย

กระจ่างชัดในหัวใจ ทักษิณมันคน…จัญไรของแท้!

โดยเฉพาะประชาชนในส่วนที่ “ใจเป็นธรรม” นั้น เมื่อรับทราบข้อมูลแจ่มชัดเช่นนี้ ต่างปลดอุเบกขาเป็น “เตรียมยกขา” ตั้งท่ารอทั้งนั้นว่า ไอ้กาลีมันยุยงคนมาทำอัปรีย์เมืองเมื่อไหร่ ในนามสุจริตชนคนไทย…จะให้บทเรียน!

วาระสุดท้ายของพระเทวทัต ขณะแผ่นดินสูบยังสำนึกได้ในสิ่งที่กระทำลงไปว่าผิด อาศัย “สำนึกดี” สุดท้าย กล่าวคำอุทิศถวายคางเป็นพุทธบูชา ขมาโทษต่อพระพุทธองค์ ก่อนที่แผ่นดินจะสูบร่าง จมถึงคาง และจากคาง จะจมหายมิดไปทั้งร่าง-ทั้งศีรษะสู่ใต้พื้นธรณี

แค่ “สำนึกสุดท้าย” แท้ๆ หลังจากตกลงไปในนรกอเวจีแล้ว ด้วยอานิสงส์สำนึกนั้น ในอีกแสนกัลป์นับจากวันถูกแผ่นดินสูบ พระเทวทัตยังจะได้มาเกิดเป็นปัจเจกพุทธเจ้านามว่า “อัฏฐิสสระ”

แต่ทักษิณล่ะ จะสำนึกในความผิดต่อชาติ-ต่อประชาชน ซักเท่าปลายเมล็ดงาก็ยังไม่มี หักหนาสาหัสกว่านั้น คำโบราณมีว่า “อันว่าบุญคุณนั้น แค่ไม่เนรคุณ ก็ถือว่าได้ตอบแทนบุญคุณแล้ว”

ทักษิณตอบซิว่า พี่น้องคนไทยทุกคน มีบุญคุณกับท่านขนาดไหน แล้ววันนี้ ท่านตอบแทนคุณประเทศชาติ-ประชาชนด้วยการส่ง SMS เข้ามือถือประชาชนคนไทยในเครือข่ายของท่านด้วยข้อความว่า

“๑๔ นี้ ร่วมทวงคืนประชาธิปไตย และความเป็นธรรมที่หายไป เพื่ออนาคตลูกหลานไทย”

แบบนี้ ตอบแทนบุญคุณ หรือเนรคุณ ลองตอบด้วยความเป็นคนที่หลงเหลืออยู่ในร่างซิ คุณปลุกปั่น หลอกลวงประชาชนให้มาตายเพื่อคุณ กับลูกเมียคุณชัดๆ ใช่หรือไม่?

ก็เที่ยวหลอกให้คนเสื้อแดงมาทวงประชาธิปไตย และความเป็นธรรม ซึ่งมันไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่อะไรที่คนระยำอย่างทักษิณมันไม่ได้อย่างใจ ก็บิดเบือนพูดไปหมดว่าไม่เป็นประชาธิปไตย ไม่เป็นธรรม แล้วที่ตัวมันโกงชาติ-โกงประชาชน และหนีคดี หนีคุกไปน่ะ มันเป็นประชาธิปไตย มันเป็นธรรมตรงไหน ตอบให้ประชาชนฟังหน่อยซิ?

แล้วนี่…ทั้งโฟนอิน ทั้งวิดีโอลิงค์ ทั้ง SMS ปลุกระดมให้ประชาชนเสื้อแดงมาล้มรัฐบาล มาป่วนบ้าน-ยึดเมือง ให้ออกกันมามากๆ แต่ในขณะเดียวกัน เห็นมั้ย…มันให้ ลูก-เมีย มันทั้งโขยง

บินหนีเอาตัวรอดไปแล้ว!

เอาเงินที่พ่อมันโกงไปช็อปปิ้งสวิส ฝรั่งเศส เยอรมนี ฮ่องกง กันสบายใจเฉิบ เรียกว่ามีอะไรเกิดขึ้น ครอบครัวมันสบาย อยู่ทางเมืองไทย เสื้อแดงที่หลอกมา ใครจะเป็น-จะตาย-จะถูกจับเข้าคุก เข้าตะราง กูไม่เกี่ยว

อย่างเก่งก็แค่โยนเศษเงินไปประกัน ไปทำขวัญ เหมือนโยนเศษทาน เศษกระดูกให้หมาข้างถนนแทะ!

แล้วดูซี…ดูไอ้มนุษย์ทรามมันด้านพูด มันโพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ตอบคนที่ถามว่า “ถ้ามีความรุนแรงเกิดขึ้นจะรับผิดชอบอย่างไร” มันตอบว่าอย่างไรท่านทราบมั้ย มันตอบว่า

“….ต้องยึดแนวของมหาตมะ คานธี คือต่อสู้ด้วยสันติ และตีแผ่ความจริง………”

ไม่ใช่ว่าดูหมิ่น-ดูแคลน เราต้องยอมรับว่า คนเสื้อแดงส่วนหนึ่งได้ยินแต่ชื่อ “มหาตมะ คานธี” แต่รู้แบบไม่ลงรายละเอียดว่า แนวทางต่อสู้ของมหาตะ คานธี อย่างที่ทักษิณอ้างนั้น มันคือแบบไหน อย่างไร ก็อาจหลงเข้าใจว่า สิ่งที่ทักษิณทำอยู่ขณะนี้ คงเหมือนที่มหาตมะ คานธี เคยทำนั่นแหละ

เรียกว่า “เลวบริสุทธิ์” จริงๆ มหาตมะ คานธี ท่านไม่เคยหนีคดี ไม่เคยโกงเหมือนทักษิณ ท่านจบกฎหมายจากอังกฤษ แต่ต่อสู้เพื่ออิสระ-เสรีภาพ ในสังคมเป็นธรรม ท่านสละสุขส่วนตัวหมด จากเสื้อนอกมาเป็นผ้าเตี่ยว ๒ ผืน พันล่าง-พันบน และไม้เท้า

แล้วท่านใช้แนวทางสันติ-อหิงสาสู้กับรัฐบาลอังกฤษ โดยท่านไม่เคยชักชวน ยุยง-ปลุกปั่นประชาชน ให้มาทำเพื่อท่าน หรือทำตามท่าน หากแต่ท่านเดินไป..เดินไป..ประชาชนที่ศรัทธาพากันเดินตาม จากเมืองสู่เมือง จากคน-สองคน ก็กลายเป็นกองทัพมหาประชาชน “สันติ-อหิงสา”

ไม่ไประราน ราวีใคร ไม่ไปล้อมบ้า-ล้อมบอที่ไหน ไม่ใช่เช้า-สั่งสมุนสวมเสื้อนอกเข้าสภาฯ ตกบ่ายสวมเสื้อกั๊กเป็นไอ้มหาโจรนอกสภาฯ อันไม่ใช่แนวทางสันติ และตีแผ่ความจริงอย่างว่าด้วยประการทั้งปวง

และ จำใส่กะโหลกไว้ด้วย มหาตมะ คานธี ท่านไม่เคยหนีเอาตัวรอด แล้วหลอกให้ชาวบ้านไปตายแทน ในทุกการต่อสู้ ตัวท่าน “เดินนำหน้า” ไม่ใช่นอนชักใยอยู่นอกประเทศ รัฐบาลอังกฤษยกกำลังมาปราบ จับชาวบ้านเข้าตะราง

ตัวท่านก็ “เข้าตะราง” ด้วย!

มหาตมะ คานธี ไม่เคยปลุกปั่น แบ่งแยกประชาชนให้ฆ่ากับประชาชน กันเองเหมือนทักษิณ ตรงกันข้าม ทุกคนคงทราบ อินเดียนั้นเป็นชาติเคร่งศาสนา และแบ่งเป็น ๒ ส่วนใหญ่คือ อินเดียมุสลิม และอินเดียฮินดู ทั้ง ๒ ฝ่ายนี้ปะทะฆ่าฟันกันไม่เลิกรา มหาตมะ คานธี ท่านมีแต่ไปพูดจาให้สมัครสมานสามัคคี

แล้วนี่…ทักษิณกำลังปลุกปั่น-ยุยงให้คนไทยกับคนไทยฆ่ากัน แล้วตัวมัน-ลูก-เมียมัน ขนสมบัติหนีไปอยู่เมืองนอกสบาย มันเป็น “แนวทางมหาตมะ คานธี” ตรงไหน ผมจะบอกอะไรให้อย่าง ประเทศไทยนั้น เขาพูดกันไว้นานแล้วว่า “คนต่างจังหวัดตั้งรัฐบาล คนกรุงเทพฯ ล้มรัฐบาล”

แต่วันนี้….คนกรุงเทพฯ กำลังรอ “ล้มมาร”!

ขอขอบคุณ คุณเปลวสีเงิน ที่ช่วยสะท้อนสภาพสังคมของปัญญาชนไทยอย่างชัดเจน อ่านแล้วช่วยส่งต่อให้เพื่อนๆของคุณอีก 50 คนอ่านด้วยนะครับ เพื่อประเทศชาติจะได้เจริญขึ้นกว่านี้บ้าง

1 ความเห็น

  1. ขอตอบจากต่จากบทความที่ FWD mail เปลวสีเงิน
    …การที่ผู้มีอำนาจรัฐ ปล่อย และ เปิดโอกาสให้มันทำร้ายมานาน
    มิอาจจะจัดการอะไรเด็ดขาดได้ ก็มิใช่เพราะ
    กระบอกเสียงของไอ้พวกนักวิขาการ/กิน หรือ
    อีกทั้งพวกที่เรียกตัวเองว่าเป็นกลาง
    เมื่อมีการกระทำใดๆ พวกเหล่านี้แหละ จะออกมาวิจารณ์ มักจะพูดว่า
    บ้านเมืองประเทศชาติถอยหลัง อีกทั้งไอ้พวกที่หากินกับต่างชาติ
    มักจะพูดว่า ต่างชาติไม่ยอมรับ…..เฮ้อออ
    ต่างชาตินะเหรอ…มันรู้ทรัพยากรไทยมีมากล้น ตัวไหนบ้าง
    ประเทศไหนบ้างที่จะไม่ต้องการเข้ามาหาประเทศไทย
    แม้แต่นักการเมืองไทยมันยังหากิน
    โกงกับทรัพยากรของเรากันเองเล้ย……
    เหตุการณ์ตอนนี้นะ คนที่อยู่ในที่ร่ม ดูว่ามันจะปฏิบัตการอย่างไร
    ไอ้พวกแกนนำตากแดดด ก็พยายามมองหาใครช่วยเอาบันไดลิงให้มันลง
    อนาคตอันใกล้ คงจะไม่ได้กลับบ้าน+ออกนอกประเทศก็ไม่ทันแล้ววว
    มีที่อยู่ใหม่รอแบบ รอดทั้งเป็นแน่…will see
    กับการทำงาน อีกพวกที่พยายามจะเป็น อำนาจใหม่
    Thim


Comments RSS TrackBack Identifier URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s